รถรับจ้างขนของ ทั่วไป รู้ไว้ก่อนทำใบอนุญาตขับรถรับจ้างและขั้นตอนการดำเนินการ

รถรับจ้างขนของ ทั่วไป รู้ไว้ก่อนทำใบอนุญาตขับรถรับจ้างและขั้นตอนการดำเนินการ การจะเป็นผู้ขับขี่รถรับจ้างที่ดีได้นั้น นอกจากจะต้องมีความพร้อมในด้านการบริการและด้านอุปกรณ์ที่ต้องพร้อมให้บริการในการขนส่งอยู่เสมอ การขับขี่ก็สำคัญเพราะว่าผู้ขับขี่รถรับจ้างทั่วไปนั้นต้องมีความชำนาญในเส้นทางและมีประสิทธิภาพในการขับขี่

การที่จะเป็นผู้ขับรถรับจ้างทั่วไปที่ดีนั้นก็ต้องมีใบอนุญาตขับขี่เพื่อเป็นการรับประกันที่แสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่รถรับจ้างนั้นเป็นผู้ที่จะสามารถนำของไปส่งให้ถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยได้โดยสภาพสมบูรณ์ และได้รับการคุ้มครองที่่ถูกต้องโดยกฎหมาย การมีใบอนุญาตขับขี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้ขับรถรับจ้างทั่วไปต้องมีและเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ก็จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของใบขับขี่และบทบัญญัติเกี่ยวกับในอนุญาตขับรถให้เข้าใจกันได้มากขึ้น

ผู้ขับรถรับจ้าง ต้องทำใบอนุญาตขับขี่ประเภทไหน ?
ประเภทใบขับขี่นั้นถูกแบ่งออกตามลักษณะของการใช้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภทส่วนบุคคล และ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภททุกประเภท

ผู้ขับขี่รถเพื่อการรับจ้างขนส่งจะต้องทำใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภททุกประเภท ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่อนุญาตให้สามารถขับขี่เพื่อขนส่งได้ทุกประเภท โดยจะสามารถใช้เพื่อรับจ้างหรือประกอบธุรกิจการขนส่งได้ เช่น การขนส่งคน การขนส่งสิ่งของ เป็นต้น

โดยการทำใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภททุกประเภท สามารถใช้ขับขี่เพื่อขนส่งส่วนบุคคลหรือรับจ้างก็ได้ ส่วนใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถประเภทส่วนบุคคล จะไม่สามารถใช้ขับขี่เพื่อการรับจ้างได้

กฎเกณฑ์ ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตขับขี่

ขั้นตอนการดำเนินการ
เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ดังต่อไปนี้
– ทดสอบปฏิกิริยา
– ทดสอบสายตา
เข้ารับการศึกษาอบรม ดังต่อไปนี้

1. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก และกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 30 นาที
2. ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย 30 นาที
3. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา 30 นาที
4. ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถและการบำรุงรักษารถ 30 นาที
5. ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์และมารยาทในการขับรถ 30 นาที
6. ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 30 นาที
7. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ 30 นาที
8. หัวใจของการบริการทางการขนส่ง 30 นาที
9. การตรวจความพร้อมของรถก่อนและหลังการใช้งาน 30 นาที
10. ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูง และการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัย 30 นาที
11. ความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตราย (เฉพาะใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ชนิดที่ 4) 6 ชั่วโมง
12. ความรู้เกี่ยวกับรถบรรทุกวัตถุอันตราย และความรู้เกี่ยวกับหลักการบรรทุกวัตถุอันตราย 6 ชั่วโมง

เข้ารับการทดสอบข้อเขียน ดังนี้

– ผู้ขอรับใบอนุญาตชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 สอบข้อเขียนจำนวน 60 – 45 ข้อ
– ผู้ขอรับใบอนุญาตชนิดที่ 3 สอบข้อเขียนจำนวน 30 ข้อ
– ผู้ขอรับใบอนุญาตชนิดที่ 4 ทดสอบข้อเขียนเช่นเดียวกับ (2) และสอบข้อเขียนวิชาความรู้ เกี่ยวกับวัตถุอันตรายเพิ่มอีก จำนวน 30 ข้อ ผู้รับการทดสอบจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ

เข้ารับการทดสอบขับรถ ดังนี้
– ผู้ขอรับใบอนุญาตชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2 สอบขับรถตามชนิดใบอนุญาต
– ผู้ขอรับใบอนุญาตชนิดที่ 3 และชนิดที่ 4 สอบขับรถลากจูง พร้อมรถพ่วง หรือรถกึ่งพ่วง โดยทำการทดสอบขับรถ ไม่น้อยกว่า 3 ท่า ใน 6 ท่า ดังต่อไปนี้

ท่าที่ 1 การเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
ท่าที่ 2 การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
ท่าที่ 3 การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย
ท่าที่ 4 การหยุดรถและออกรถบนทางลาด
ท่าที่ 5 การกลับรถ
ท่าที่ 6 การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถแล้ว
1. สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภทส่วนบุคคล ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตได้

2. สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท ทางราชการจะทำการตรวจสอบ ประวัติอาชญากรว่า ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถ ในการกระทำความผิด หรือเป็นความผิดลหุโทษหรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี จึงจะชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาตได้

การได้รับใบอนุญาตขับขี่นั้นเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างทั่วไปได้ประกอบกิจการที่ถูกกฎหมายและเป็นสิ่งรับประกันถึงอาชีพของเราได้ เมื่อมีใบอนุญาตแล้วก็ทำให้การรับจ้างขนของของเราน่าเชื่อถือและผู้ใช้บริการมีความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและการบริการของเราได้ อ่านบทความ รถรับจ้างทั่วไป เลือกยังไงให้เหมาะกับการขนย้าย